[x] ปิดหน้าต่างนี้
KMOBECMAXSITE 1.2.1
 


วิชาการ
เรื่อง : ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน
สรุปย่อสาระสำคัญ



 ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน

ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร

 

ทักษะการคิด

ความหมาย

กระบวนการนำไปพัฒนาผู้เรียน

๑. การฟัง

  การรับรู้ความหมายจากเสียงที่              ได้ยิน การได้ยินเป็นความสามารถ   ที่จะได้รับรู้สิ่งที่ได้ยิน ตีความและ จับความสิ่งที่รับรู้นั้นเข้าใจและ จดจำไว้

ประเภท/วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

๑. ฟังเพื่อติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน

๒. ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน

๓. ฟังเพื่อการเรียนรู้

๔. ฟังเพื่อได้คติชีวิตและความจรรโลงใจ

กระบวนการพัฒนา

๑.สนใจเรื่องที่ฟัง

๒.ทำความเข้าใจในเรื่องที่รับฟัง

๓.จับประเด็นสำคัญ และคิดวิเคราะห์

   วิจารณ์เรื่องราว

๔.แยกแยะข้อความใดเป็นข้อเท็จจริง

   ข้อความใดเป็นข้อคิดเห็น

๕. พิจารณาจุดมุ่งหมายของผู้พูด รวมทั้ง  

   เหตุผล มีความเป็นไปได้น่าเชื่อถือ

 

๒.การพูด

  การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง รวมทั้งกิริยาอาการถ่ายทอดความรู้ ความคิดและความรู้สึกของผู้พูดให้ผู้ฟังได้รับรู้และเกิดการตอบสนอง

ประเภท/วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

๑.การพูดให้ความรู้

          - การพูดบรรยาย

          - การพูดรายงาน

          - การพูดแนะนำ

๒. การพูดแสดงความคิดเห็น

๓. การพูดจูงใจ

๔. การพูดจรรโลงใจ เพื่อความเพลิดเพลิน

๕. การพูดระหว่างบุคคล

๖. การพูดในกลุ่ม

๗. การพูดในที่ชุมชน

กระบวนการพัฒนา

๑. ทำให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหาที่พูดได้ง่าย ชัดเจน และรวดเร็ว

๒. ผู้ฟังสามารถแสดงพฤติกรรมตอบสนองได้ตรงตามจุดมุ่งหมาย

๓. สิ่งที่พูดเหมาะสมกับผู้ฟังและสถานการณ์

๓.การอ่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  การรับรู้ข้อความในการเขียนของตนเองหรือของผู้อื่น รวมถึงการรับรู้ความหมายจากเครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ เช่นสัญลักษณ์จราจร

ประเภท/วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

๑. การอ่านทบทวน

๒. การอ่านเพื่อจดจำ

๓. การอ่านเพื่อความเข้าใจ

    - การอ่านจับใจความ

    - การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

๔. การอ่านหาข้อมูลเฉพาะ (scan)

๕. การอ่านอย่างจดจ่อ (intensive reading)

๖. การอ่านสะท้อนความคิด

กระบวนการพัฒนา

๑. อ่านแล้วจับใจความได้

๒. สรุปสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน

๓. แยกแยะความรู้ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น

๔. ตีความ แปลความ วิเคราะห์ วิจารณ์

    ประเมินค่าเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล

 

๔. การเขียน

   การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และความต้องการของบุคคลออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจ

ประเภท/วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

๑. การเขียนบรรยาย

๒. การเขียนอธิบาย

๓. การเขียนแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก

๔. การเขียนรายงาน

๕. การเขียนจูงใจ

กระบวนการพัฒนา

๑. ใช้ถ้อยคำสำนวนให้เหมาะสมกับผู้รับสาร

๒. ถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก

    ความต้องการได้อย่างชัดเจนตรงตาม

    ความต้องการ

๓. ใช้ภาษาได้ถูกต้องและเหมาะสมตาม

    หลักการใช้ภาษา ตรงตามความหมาย

   เป็นระเบียบ และชัดเจน

 

 

 

 

 

ทักษะการคิดที่เป็นแกน

 

ทักษะการคิด

ความหมาย

กระบวนการนำไปพัฒนาผู้เรียน

๑. การสังเกต

  การรับรู้และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยใช้ประสาทสัมผัส

ทั้งห้า เพื่อให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์     ที่ไม่มีการใช้ประสบการณ์และ

ความคิดเห็นของผู้สังเกตในการเสนอข้อมูล ข้อมูลจากการสังเกตมีทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณ

. ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน (หู ตา จมูก

    ลิ้น กาย) ในการสำรวจสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือ

    ปรากฏการณ์ใดปรากฏการณ์หนึ่ง

    เพื่อให้ได้ข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและ

    เชิงปริมาณ

.ให้ข้อมูลการสังเกตที่เป็นข้อมูล

   เชิงประจักษ์โดยไม่ใช้ความคิดเห็นหรือ

   ตีความข้อมูล

. การสำรวจ

 

 

 

 

 

 

 

  การพิจารณาตรวจสอบสิ่งที่สังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง และความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนั้น

. กำหนดสิ่งหรือเรื่องที่จะสำรวจ

. แสวงหาวิธีการในการรวบรวมข้อมูล

    เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและความคิดเห็น  

    เกี่ยวกับสิ่งนั้น

. รวบรวมข้อเท็จจริงและความคิดเห็น

    เกี่ยวกับสิ่งที่สำรวจ

. นำเสนอข้อเท็จจริงและความคิดเห็นที่ได้

    จากการสำรวจ

 

. การสำรวจค้นหา

  การค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ยังไม่รู้หรือรู้น้อยมากอย่างมีจุดหมายด้วยวิธีการต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด

. กำหนดสิ่งหรือเรื่องที่จะไปสำรวจค้นหา

. กำหนดวิธีการที่จะสำรวจค้นหาสิ่ง/เรื่องที่

    กำหนด

. ใช้วิธีการที่กำหนดในการค้นหาสิ่ง/เรื่องที่

    ต้องการ

. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสำรวจค้นหา

. นำเสนอข้อมูลที่ได้จากการสำรวจค้นหา

 

. การตั้งคำถาม

  การพูดหรือการเขียนสิ่งที่สงสัย หรือสิ่งที่ต้องการรู้

. อ่านหรือฟังอย่างตั้งใจ

. ขีดเส้นใต้คำหรือข้อความหรือจดประเด็น

    ที่สงสัยต้องการทราบคำตอบ

. เลือกคำที่ใช้แทนสิ่งที่สงสัย เช่น ใคร  

    อะไร   ที่ไหน อย่างไร ทำไม

. พูดหรือเขียนเป็นประโยคคำถาม

 

 . การระบุ

 การบ่งชี้สิ่งต่างๆหรือบอกส่วนต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบหรือลักษณะของสิ่งที่ศึกษา

. สังเกตสิ่งที่ศึกษา

. บอกข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งที่

    ศึกษาตามที่สังเกตให้ได้มากที่สุด

. เชื่อมโยงลักษณะจากการสังเกตกับ

    ลักษณะที่เคยรู้มาก่อนหรือจาก

    ประสบการณ์เดิม

.การรวบรวมข้อมูล

  การใช้วิธีการต่างๆเก็บข้อมูลที่ต้องการรู้

. กำหนดจุดประสงค์ของการเก็บข้อมูล

. หาวิธีการในการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม

    กับจุดประสงค์

. ใช้วิธีการที่กำหนดในการรวบรวมข้อมูล

. นำเสนอข้อมูลที่รวบรวมได้

. การเปรียบเทียบ

 

  การจำแนกระบุสิ่งของหรือเหตุการณ์ต่างๆ ในสิ่งที่เหมือนกันและสิ่งที่ต่างกัน

. กำหนดมิติที่จะเปรียบเทียบ ๒ สิ่ง คือ

   ความเหมือนและความต่าง

. นำของอย่างน้อย ๒ สิ่งที่จะเปรียบเทียบ

    มาจัดให้อยู่บนฐานเดียวกันตามเกณฑ์

    ที่กำหนด

. บอกความเหมือนหรือความต่างของสิ่งที่

    ต้องการเปรียบเทียบกัน

. การคัดแยก

 

 

 

 

 

 

 

 

  การแยกสิ่งที่มีลักษณะต่างกันตั้งแต่ ๑ อย่างขึ้นไปออกจากกัน

. สังเกตสิ่งที่ต้องการคัดแยก (อย่างน้อย ๒ อย่าง)

. บอกข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการคัดแยก

    จากการสังเกต

. เปรียบเทียบสิ่งที่ต้องการคัดแยกเพื่อระบุ

    ความแตกต่าง

. แยกสิ่งที่มีลักษณะต่างกันออกจากกัน

. อธิบายความแตกต่างของสิ่งที่คัดแยก

    ออกจากกัน

. การจัดกลุ่ม

  การนำสิ่งต่างๆที่มีสมบัติเหมือนกันตามเกณฑ์มาจัดเป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีเกณฑ์ต่างกัน

. สังเกตความเหมือน ความต่าง และ

   ภาพรวมของสิ่งต่างๆ ที่จะจัดกลุ่ม

. กำหนดเกณฑ์ของสิ่งที่จะมารวมกลุ่ม

    เดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มมีเกณฑ์ต่างกันไป

. จำแนกหรือแยกสิ่งต่างๆ เข้ากลุ่มตาม

    เกณฑ์ที่กำหนด

. อธิบายผลการจัดกลุ่มพร้อมทั้งเกณฑ์ที่ใช้

๑๐. การจำแนกประเภท

  การนำสิ่งต่างๆมาแยกเป็นกลุ่มตามเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับทางวิชาการหรือยอมรับโดยทั่วไป

. สังเกตสิ่งที่สนใจจะจำแนกประเภท

. สังเกตภาพรวม สังเกตสิ่งที่เหมือนกัน

    สิ่งที่ต่างกัน

. กำหนดเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับทาง

    วิชาการหรือยอมรับโดยทั่วไปในการแยก

    สิ่งต่างๆ ออกจากกัน

. แยกสิ่งต่างๆ ออกจากกันตามเกณฑ์

. จัดกลุ่มสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกันไว้

    ด้วยกัน

. อธิบายผลการจำแนกประเภทอย่างมี

   หลักเกณฑ์

 

๑๑การเรียงลำดับ

 

  การนำสิ่งต่างๆมาจัดเรียงไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้เกณฑ์การจัดเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง

. กำหนดเกณฑ์การจัดเรียงลำดับ

. นำสิ่งที่ต้องการจัดเรียงลำดับมาจัดเรียง

    ไปในทิศทางเดียวกัน จากปริมาณมาก  

    ไปยังปริมาณน้อย หรือจากปริมาณน้อย

    ไปยังปริมาณมาก

 

๑๒การแปลความ

  การเรียบเรียงและถ่ายทอดข้อมูลในรูปแบบ/วิธีการใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมแต่ยังคงสาระเดิม

. ทำความเข้าใจในสาระและความหมายของ

   สิ่งที่จะแปลความ

. หากลวิธีนำเสนอสาระและความหมายนั้น 

    ในรูปแบบ/วิธีการใหม่แต่ยังให้คงสาระ

    และความหมายเดิม

. เรียบเรียงและถ่ายทอดสาระและ

    ความหมายนั้นตามกลวิธีที่กำหนด

๑๓การตีความ

  การบอกความหมายหรือความสัมพันธ์ของข้อมูลหรือสาระที่แฝงอยู่ไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โดยการเชื่อมโยงกับบริบทความรู้/ประสบการณ์เดิมหรือข้อมูลอื่นๆ

. ศึกษาข้อมูล/ข้อความ/เรื่องที่ต้องการ

   ตีความให้เข้าใจ

. หาความหมายของข้อความที่ไม่ได้บอกไว้ 

    โดย

         ๒. เชื่อมโยงข้อมูล/ข้อความที่มีกับ

               ข้อมูลอื่นๆ ทั้งที่มีอยู่และที่เป็น

               ความรู้หรือประสบการณ์เดิม

         ๒. เชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีเหตุผล

. ระบุความหมายที่แฝงอยู่โดยอธิบาย

    เหตุผลประกอบ

๑๔. การเชื่อมโยง

 

 

 

 

 

 

 

  การบอกความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลอย่างมีความหมาย

. พิจารณาข้อมูลต่างๆ

. เลือกข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันมา

    สัมพันธ์กันให้มีความหมาย โดยอาศัย

    ความรู้ประสบการณ์เดิมและแสวงหา

    ความรู้และข้อมูลใหม่

. อธิบายความสัมพันธ์และความหมาย

   ของข้อมูลที่นำมาเชื่อมโยงกัน

๑๕. การสรุปย่อ

 

 

  การจับเฉพาะใจความสำคัญของเรื่องที่ต้องการสรุปและนำมาเรียบเรียงให้กระชับ

. ศึกษาเรื่องที่ต้องการสรุปย่อให้เข้าใจ

. จับเฉพาะใจความสำคัญของเรื่อง โดย

     ๒.๑. จับจุดมุ่งหมายของเรื่อง

     .  ลำดับเหตุการณ์ของเรื่อง

     ๒.  ระบุเหตุการณ์หรือความหมาย

            ของเรื่องที่จำเป็นต่อการเข้าใจเรื่อง

            ให้ครบถ้วน

      . ตัดรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ

           ที่ไม่จำเป็นต่อการเข้าใจเหตุการณ์

           หรือความหมายสำคัญของเรื่อง

           ออกไป

     ๒. นำเหตุการณ์หรือความหมายของ

           เรื่องที่สำคัญจำเป็นขาดไม่ได้ต่อ

           การเข้าใจเรื่องมาเรียบเรียงให้

           กระชับ

 

๑๖. การสรุปอ้างอิง

 

 

 

 

  การนำความรู้หรือประสบการณ์เดิมมาใช้ในการสรุปลงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูล

. สังเกตสิ่งต่างๆ / ปรากฏการณ์ต่างๆ

. อธิบาย / สรุปสิ่งที่สังเกตตามข้อมูลเชิง

    ประจักษ์

. ขยายข้อมูลจากสิ่งที่สังเกตได้ออกไป

    โดยการอ้างอิงจากความรู้หรือ

    ประสบการณ์เดิม

. สรุปความคิดเห็นจากการอ้างอิง

 

 

 

 

๑๗. การให้เหตุผล

  การอธิบายเหตุการณ์หรือการกระทำต่างๆโดยเชื่อมโยงให้เห็นถึงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำนั้นๆ

. รับรู้และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์   

    หรือ การกระทำต่างๆ ที่ต้องการอธิบาย

    ให้เหตุผล

. ค้นหาสาเหตุของเหตุการณ์หรือการกระทำ 

    ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยหลักตรรกะ/การยอมรับ  

    ของสังคม / ข้อมูลหลักฐานสนับสนุน /

    การทดสอบตรวจสอบ/เหตุผลเชิงประจักษ์

. อธิบายให้เห็นความสอดคล้องของเหตุ

    และผลในเหตุการณ์หรือการกระทำนั้นๆ

 

๑๘.การนำความรู้ไปใช้

  การนำความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจไปใช้เพื่อให้เกิดความชำนาญ

. ทบทวนความรู้ที่มี

. มองเห็นความเหมือนกันของสถานการณ์

    ใหม่กับสถานการณ์เดิมที่เคยเรียนรู้มา

. นำความรู้ที่มีไปใช้ในสถานการณ์ใหม่

    ที่ใกล้เคียงกับที่ได้เคยเรียนรู้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ผู้เขียน : ภาวิณี กระแสร์ญาณ
หน่วยงาน : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
อังคาร ที่ 4 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2556
เข้าชม : 268
3.5 stars เฉลี่ย : 3.5 จาก 2 ครั้ง.


วิชาการ 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนาการคิดโดยใช้ Mind mapping 4 / มิ.ย. / 2556
      รายงานการสังเคราะห์งานพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม 4 / มิ.ย. / 2556
      ทักษะการคิดขั้นสูง 4 / มิ.ย. / 2556
      การประเมินเพื่อรับรองต้นแบบโรงเรียนดีศรีตำบล เฟส๑ 4 / มิ.ย. / 2556
      ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน 4 / มิ.ย. / 2556


เชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์จัดการความรู้
สิทธิของสมาชิก สามารถบันทึกขุมความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และดาวน์โหลดได้
คลิกที่นี่สมัครสมาชิก